สรุปผลการประชุม ที่ผ่านมา
- การประชุม AEM Retreat ครั้งที่ 13 เมื่อเดือนพฤษภาคม 2550 ณ ประเทศบรูไน ที่ประชุมเห็นชอบให้มีการทบทวนและปรับปรุงความตกลงว่าด้วยการใช้มาตรการกำหนดอัตราอากรร่วมเพื่อจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน (Agreement on the Common Effective Preferential Tariff (CEPT) Scheme for the ASEAN Free Trade Area : ความตกลง CEPT) เพื่อเตรียมความพร้อมการรวมตัวของอาเซียนไปสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนภายในปี 2558 โดยที่ประชุม AFTA Council ครั้งที่ 21 มีมติให้ปรับปรุงความตกลง CEPT ให้เป็นความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (ASEAN Trade in Goods Agreement : ATIGA)
- ความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (ATIGA) เป็นความตกลงที่ครอบคลุมประเด็นทางการค้าทุกเรื่อง โดยอิงจากร่างความตกลงทางการค้าที่อาเซียนจัดทำร่วมกับประเทศคู่เจรจาต่างๆ ทั้งนี้ข้อตกลง ATIGA จะครอบคลุมประเด็นต่างๆ เช่น การลดภาษีมาตรการที่ไม่ใช่ภาษี การอำนวยความสะดวกทางการค้า กระบวนการศุลกากร มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช มาตรการเทคนิคที่เป็นอุปสรรคทางการค้า เป็นต้น ซึ่งประเทศสมาชิกอาเซียน 6 ประเทศ ได้แก่ บรูไน มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย กัมพูชา และลาว ได้ร่วมลงนามในความตกลงฯ เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2551 ณ ประเทศสิงคโปร์ โดยรัฐสภาประเทศไทยได้ให้ความเห็นชอบความตกลงฯ ดังกล่าวเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2552 และประเทศสมาชิกอาเซียน 4 ประเทศ ได้แก่ ไทย ฟิลิปปินส์ พม่า และเวียดนาม ได้ร่วมลงนามในความตกลงในการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2552 ณ ประเทศไทย
- ความตกลง ATIGA จะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2553 เป็นต้นไป โดยสำหรับประเทศไทยจะเป็นประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การยกเว้นอากรและลดอัตราอากรศุลกากรสำหรับของที่มีถิ่นกำเนิดจากอาเซียน ลงวันที่ 26 เมษายน 2553 ทั้งนี้ การลดหรือยกเว้นอากรขาเข้าเป็นไปตามความตกลง CEPT ทุกประการ ซึ่งประกาศกระทรวงการคลังภายใต้ความตกลง CEPT ได้แก่ ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การยกเว้นอากรและลดอัตราอากรศุลกากรสำหรับเขตการค้าเสรีอาเซียน (ฉบับที่ 3) ลงวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2551 และประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การยกเว้นอากรและลดอัตราอากรศุลกากรสำหรับเขตการค้าเสรีอาเซียน (ฉบับที่ 4) ลงวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2551
- ที่ประชุมคณะกรรมการประสานงานการดำเนินการภายใต้ความตกลง CEPT สำหรับเขตการค้าเสรีอาเซียน (CCCA) ครั้งที่ 55 ระหว่างวันที่ 9 – 11 กรกฎาคม 2552 ณ ประเทศสิงคโปร์ กำหนดให้มีช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่านเพื่อการใช้ CEPT Form D และ ATIGA Form D เป็นระยะเวลา 6 เดือน (180 วัน) หลังจากความตกลงมีผลใช้บังคับ โดยในช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่านประเทศสมาชิกอาเซียนจะต้องยอมรับทั้ง CEPT Form D และ ATIGA Form D ทั้งนี้ เมื่อสิ้นสุดช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน ประเทศ สมาชิกอาเซียนจะไม่สามารถออก CEPT Form D ได้อีกและ CEPT Form D ที่ออกในวันสิ้นสุดช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่านจะต้องถูกยอมรับและยังมีผลใช้ได้อยู่เป็นระยะเวลา 1 ปี ตามกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้าภายใต้ความตกลง CEPT
- ดังนั้น จึงเป็นผลให้ในช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน (ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2553 จนถึงวันสิ้นสุดในช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน) ภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียนจะมีประกาศกระทรวงการคลังที่มีผลใช้บังคับ ดังนี้
- ประกาศกระทรวงการคลังภายใต้ความตกลง CEPT
- ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การยกเว้นอากรและลดอัตราอากรศุลกากรสำหรับเขตการค้าเสรีอาเซียน (ฉบับที่ 3) ลงวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2551
- ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การยกเว้นอากรและลดอัตราอากรศุลกากรสำหรับเขตการค้าเสรีอาเซียน (ฉบับที่ 4) ลงวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2551
- ประกาศกระทรวงการคลังภายใต้ความตกลง ATIGA – ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การยกเว้นอากรและลดอัตราอากรศุลกากร สำหรับของที่มีถิ่นกำเนิดจากอาเซียน ลงวันที่ 26 เมษายน 2553
- ประกาศกระทรวงการคลังภายใต้ความตกลง CEPT
- ข้อพึงระวังในการใช้สิทธิ
- ต้องตรวจสอบอัตราอากรร่วมสำหรับของประเภทเดียวกันในประเทศผู้ส่งออกหากเกิน 20% ไม่สามารถใช้สิทธิได้
- ต้องตรวจสอบว่า สินค้าที่นำเข้าไม่เป็นสินค้าที่ไม่นำมาลดภาษีของประเทศผู้ส่งออก หากเป็นสินค้าดังกล่าว ไม่สามารถใช้สิทธิได้
- รหัสสิทธิพิเศษในการผ่านพิธีการศุลกากร
- Form D ที่ออกภายใต้ความตกลง CEPT จะต้องใช้รหัสสิทธิพิเศษ AF1 ภายใต้ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การยกเว้นอากรและลดอัตราอากรศุลกากรสำหรับเขตการค้าเสรีอาเซียน (ฉบับที่ 3) ลงวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2551 และประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การยกเว้นอากรและลดอัตราอากรศุลกากรสำหรับเขตการค้าเสรีอาเซียน (ฉบับที่ 4) ลงวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2551
- Form D ที่ออกภายใต้ความตกลง ATIGA จะต้องใช้รหัสสิทธิพิเศษ ATG ภายใต้ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การยกเว้นอากรและลดอัตราอากรศุลกากรสำหรับของที่มีถิ่นกำเนิดจากอาเซียน ลงวันที่ 26 เมษายน 2553
โครงการความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมของอาเซียน(ASEAN Industrial Cooperation Scheme : AICO)
เนื่องจากความตกลง AICO รวมถึงพิธีสารที่เกี่ยวข้องอ้างอิงการใช้อัตราอากรและกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า ภายใต้ความตกลง CEPT และขณะนี้ประเทศสมาชิกอาเซียนอยู่ระหว่างการจัดทำพิธีสารเพื่อแก้ไขความตกลง AICO ดังนั้น ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2553 ซึ่งความตกลง ATIGA มีผลใช้บังคับ ในการนำเข้าสินค้าภายใต้ความตกลง AICO ตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การยกเว้นอากรและลดอัตราอากรศุลกากรสำหรับโครงการความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมของอาเซียน ลงวันที่ 31 ธันวาคม 2549 จะต้อง
ใช้หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าที่ออกตามกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้าตามความตกลงว่าด้วยการใช้มาตรการกำหนดอัตราอากรร่วมเพื่อจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียนและข้อกำหนดเพิ่มเติมที่ออกตามความในกฎดังกล่าว (Form D ที่ออกภายใต้ความตกลง CEPT)
ส่วนโครงสร้างอัตราอากร
สำนักพิกัดอัตราศุลกากร
30 เมษายน 2553
โทร. 02-667-7192 . 02-667-7298
